คุณออกกำลังกายมากเกินไปอยู่หรือเปล่า

 

ถ้าคุณออกกำลังกายทุกวันแต่ก็ไม่เห็นมีพัฒนาการใดๆ หรือรู้สึกว่าเหนื่อยเรื้อรังหลังการออกกำลังกาย หรือมีสิ่งผิดปกติใดๆอื่นๆเกิดขึ้นกับคุณจากกิจกรรมนี้ สิ่งที่เรากำลังจะบอกคุณก็คือ อาจเป็นเพราะคุณออกกำลังกายมากเกินไปก็ได้

 

คุณออกกำลังกายเกินพอดีหรือเปล่า

จากที่เราเชื่อกันว่า การออกกำลังกายเป็นประจำคือความจำเป็นของสุขภาพดี เพราะมันจะช่วยให้เราสามารถคุมน้ำหนักตัวได้ช่วยพัฒนาการของจิตใจ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง แม้งานวิจัยบางชิ้นก็ยังระบุว่า การออกกำลังกายแบบหนักหน่วง จะช่วยให้คุณมีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่มันเป็นไปได้เหมือนกัน ที่คุณจะทำสิ่งที่ใครๆว่าดีนี้มากเกินไปจนเกิดผลเสียกับตัวเอง หลายๆเรื่อง ตั้งแต่การเจ็บปวดเรื้อรังในส่วนต่างๆ หรือเรื่องสมดุลของอารมณ์ที่ถูกรบกวน ถ้าคุณกำลังเป็นแบบนี้อยู่ ก็ควรรับรู้ว่านี่คือสิ่งเตือนว่าคุณกำลังออกกำลังกายมากเกินไป มาเรียนรู้เพื่อปรับพฤติกรรมให้เสียเหงื่อแล้วได้สุขภาพที่ดีกันเถอะ

 

อย่าฆ่าตัวตายด้วยการออกกำลังกายมากเกินไป

เคยไหมที่เวลาออกกำลังจนเหนื่อยโทรมอยู่ในฟิตเนส แล้วคุณก็ยังบอกตัวเองว่า “ทำต่อไปอีก..มากขึ้นอีก อย่าหยุด! ที่บอกตัวเองแบบนี้เพราะคุณรู้สึกว่า นี่ขนาดคุณใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆอยู่ในฟิตเนส เพื่อออกกำลังกายแบบที่ทำเป็นประจำ ก็ยังไม่เห็นผลว่าร่างกายของคุณมีพัฒนาการดีขึ้นกว่าตอนนี้สักเท่าไหร่เลย ผิดกับช่วงแรกๆที่ออกกำลังแล้วเห็นพัฒนาการเร็วมาก ไมเคิล โลวิทท์ นักจิตวิทยาการออกกำลังกายของลอส แองเจลิส อธิบายเรื่องนี้ว่า “ นั่นเป็นเพราะคุณออกกำลังกายแบบเดิมๆซ้ำๆมาเป็นเวลานานจนร่างกายคุณพัฒนามาถึงจุดสูงสุดสำหรับการทำแบบนี้แล้ว มันจึงไม่มีความก้าวหน้าใดๆเกิดขึ้นอีก และหากคุณยังฝืนทำสิ่งเดิมๆนี้ให้นานขึ้น ก็อาจจะนำไปสู่การบาดเจ็บหรือรู้สึกเบื่อหน่ายได้อีกด้วย” ทุกๆเดือน ที่ฟิตเนสระดับคุณภาพหลายๆแห่ง จะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมการออกกำลังกายให้กับลูกค้า “ คนส่วนมากจะคิดแค่เรื่องการเปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย” โลวิทท์ระบุ “ แต่จริงๆแล้ว คุณสามารถจะปรับเปลี่ยนได้ทั้งเรื่องอัตราความช้าเร็ว, จำนวนเวลาที่ออกกำลังกาย, จำนวนเซ็ทของคลาส รวมถึงความเข้มข้นของวิธีการออกกำลังในแต่ละเซ็ท ทั้งความเร็วและจังหวะของการเคลื่อนไหว ซึ่งทั้งหมดนี้ควรจะได้มีการถูกปรับเปลี่ยนบ้าง ไม่ใช่ซ้ำเดิมๆ การปรับเปลี่ยนในเรื่องเล็กน้อยเช่น เปลี่ยนกลุ่มของกล้ามเนื้อที่ต้องการออกกำลังกาย,เปลี่ยนการออกกำลังที่ทำแบบเซ็ทยาวๆครั้งเดียว มาเป็นแบบเซ็ทสั้นๆโดยหยุดพักเป็นช่วงๆก็ได้ ซึ่งผลตอบแทนที่จะได้รับก็คือ ช่วยลดเวลาเข้าฟิตเนสให้น้อยลงแต่เผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น ทั้งสามารถปรับสภาพกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นอีกด้วย

 

หัวใจของคุณมีอัตราการเต้นเร็วเกินไป

 

healthexcer03

 

อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าที่หัวใจเต้นเร็วนั้นเพราะคุณดื่มกาแฟมากเกินไป เพราะมันมีสาเหตุที่หลากหลาย รวมทั้งจากการออกกำลังกายของคุณด้วย “ การออกกำลังกายมากเกินไปจะทำให้เกิดความเจ็บปวด, การขาดน้ำ หรือขาดสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การที่หัวใจเราเต้นเร็วกว่าอัตราปกติได้ ” นี่คือการระบุของ ดร. แคธริน เบอร์ลาเชอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ ผู้อำนวยการคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยพิทสเบิร์ก ถ้าหัวใจของคุณเต้นเร็วกว่าปกติ คุณอาจต้องทบทวนพฤติกรรมที่เคยทำมา รวมทั้งการดื่มน้ำให้มากขึ้น มันสามารถฟื้นฟูและช่วยลดความผิดปกตินี้ได้ เพราะหากร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ หัวใจของคุณก็จะไม่ต้องทำงานหนักกว่าปกติเพื่อที่จะสูบฉีดโลหิต

 

คุณคิดว่าความเจ็บปวดกล้ามเนื้อคือรางวัลของร่างกายที่ดีกว่า

ความเจ็บปวดบางอย่างจากการออกกำลังกายเป็นเรื่องปกติ เช่นคุณอาจปวดกล้ามเนื้อบ้างหลังออกกำลังกาย แต่มันก็ไม่ควรเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง “ ถ้าหากคุณมีอาการเจ็บปวดนี้มายาวนาน แปลว่าร่างกายคุณไม่ได้มีการซ่อมแซมตัวเองอย่างเหมาะสม การฟื้นตัวจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้รับสารอาหารและการพักผ่อนที่เพียงพอ จึงจะสามารถปรับสภาพร่างกายให้ไปสู่ความฟิต ซึ่งคิดอีกด้านก็คือ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นหลังการออกกำลังกาย ไม่ได้แปลว่ามันคือผลกำไร ดังนั้น ควรลดการออกกำลังหนักๆที่จะนำไปสู่ความเจ็บปวด โดยให้ทำแค่ไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และออกกำลังแบบผ่อนคลายอย่างแอโรบิกทดแทน ในวันที่ร่างกายต้องการพักฟื้น

 

การออกกำลังกายทำให้คุณรู้สึกหดหู่

 

healthexcer04

 

การออกกำลังกายควรเพิ่มความสดชื่นให้กับคุณ ไม่ใช่หงุดหงิดหรือเศร้าหมอง หากมันทำให้คุณรู้สึกทางลบเมื่อไหร่ แปลว่าคุณกำลังมีปัญหากับมันแล้วละ คุณอาจต้องการเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและปรับตัวให้เต็มที่ ความเหนื่อยล้า จะนำไปสู่ความรู้สึกถูกรบกวน, หดหู่เศร้าหมอง, เบื่ออาหาร, นอนไม่หลับ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุของการหมดเรี่ยวแรง หากรู้สึกแบบนี้ ลองเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายที่เคย มาเป็นการออกกำลังแบบฟื้นฟูร่างกายเช่นเล่นโยคะ แล้วคุณอาจแปลกใจที่ร่างกายและจิตใจมีการตอบรับที่ดีขึ้น จากการที่คุณให้เวลามันเพื่อฟื้นฟูพลังงาน

 

คุณจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่สนุกกับการออกกำลังกายคือเมื่อไหร่

สิ่งที่คุณต้องการเมื่อไปออกกำลังกายคือความรู้สึกเหนื่อย การมีเหงื่อออกและความท้าทายกับตัวเองที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ แต่สิ่งที่คุณไม่ได้ต้องการก็คือความรู้สึกกลัวการเข้าฟิตเนส เรื่องนี้ อดัม โรซาน โคชด้านการออกกำลังกายและโภชนาการ ได้แนะนำให้คุณคิดถึงเวลาการเข้าฟิตเนสว่า มันคือการ “พักผ่อนและเข้าไปเล่น”เพื่อจะสร้างความสนุกบางทีผมก็จะชวนลูกค้าของผมรวมกลุ่มเล่นเกมส์สนุกๆด้วยกันไปด้วย มันช่วยให้คนรู้สึกสนุกสนานขึ้น แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างเข้มงวด เพราะถ้าคุณสนุก มันก็จะเปลี่ยนความรู้สึกเข้มงวดนั้นเป็นเกมส์ที่ท้าทาย

 

ทำวันพักผ่อนให้ได้พักผ่อนอย่างดีที่สุด

ช่วยร่างกายของคุณให้ฟื้นฟูตัวเองด้วยวิธีเหล่านี้

 

healthexcer02

 

1. บริโภคอาหารที่ดีและอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูงอย่างเช่นเนื้อสัตว์ปลอดไขมันและพืชผักต่างๆ และดื่มน้ำที่สะอาดในปริมาณมากเพียงพอ

2. เดินให้มากขึ้น การเดินในระยะทางยาวๆจะช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนของโลหิตที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้ออกซิเจนไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายได้ดีขึ้น

3. เลี่ยงบริโภคอาหารขยะ จำไว้ว่าวันพักผ่อนไม่ใช่วันที่คุณจะทำร้ายตัวเองด้วยอาหารเหล่านี้

4. อย่านอนดึกหรืออดนอน การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ คือกุญแจสำคัญของร่างกายในการฟื้นฟูตัวเอง ซ่อมแซมกล้ามเนื้อและรีเซ็ทสมองให้แจ่มใส การนอนหลับไม่พอจะไปเพิ่มความอยากอาหาร และผลักดันร่างกายให้เข้าสู่ความเหนื่อยเรื้อรัง ทำให้ยากต่อการบรรลุเป้าหมายที่จะมีสุขภาพดีได้

ตื่นตอนดึก… ปัญหาสุขภาพที่ร่างกายบอกคุณ

 

มีใครที่นอนตอนกลางคืนแล้วพบว่า ตัวเองชอบตื่นขึ้นตอนดึกๆในเวลาเดียวกันเป็นประจำทุกคืนหรือเปล่าคะ ยิ่งถ้าตื่นตอนช่วงเวลาตี 3 ถึงตี 5 ด้วยละก็ มันอาจแปลว่าร่างกายคุณกำลังบอกเรื่องปัญหาสุขภาพที่คุณมีอยู่ก็เป็นได้ มาลองอ่านเรื่องนี้ดูแล้วคุณจะเข้าใจ

 

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนเชื่อว่า พลังงานในร่างกายของเราที่เรียกว่า “ชี่” ( Qi) นั้น จะไหลเวียนผ่านเส้นทางในร่างกายที่เรียกว่า เส้นเมอริเดียน ซึ่งตามหลักของระบบนาฬิกาชีวภาพของแพทย์แผนจีน ในหนึ่งวัน จะมีพลังงานชี่ที่วิ่งผ่านเส้นเมอริเดียนแตกต่างกันออกไปในเวลาที่ต่างกัน เพื่อส่งพลังงานไปยังอวัยวะต่างๆให้มีสุขภาพดี การเจ็บป่วยของอวัยวะจะเกิดขึ้นหากพลังงานชี่ขาดความสมดุล ไม่สามารถไหลผ่านเส้นเมอริเดียนได้สะดวก และอาการที่บอกถึงความเจ็บป่วยของอวัยวะก็คือ การที่เราตื่นนอนในตอนดึกๆในเวลาเดียวกันเป็นประจำนั่นเอง

 

ทีนี้มาดูกันค่ะว่า การตื่นตอนดึกๆในเวลาไหน จะเกี่ยวข้องกับปัญหาอวัยวะส่วนใดบ้าง:

 

ระหว่างสามทุ่มถึงห้าทุ่ม:

นี่อาจเป็นเวลาที่หลายคนบอกว่าฉันยังไม่เข้านอนเลย ใช่ค่ะ แต่จากสถิติพบว่า เวลานี้ มักเป็นเวลาที่เราส่วนมากกำลังจะเข้านอน ซึ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เข้านอนเวลานี้และรู้สึกว่าหลับได้ยากแล้วละก็ มีคำอธิบายว่า มันอาจเป็นเพราะร่างกายคุณเหนื่อยเกินไปในตอนกลางวัน ทำให้มันพยายามต่อสู้กับจิตใต้สำนึกที่จะนอนให้หลับอยู่ ถ้าลองมองดูให้ดีๆ คุณอาจพบว่านอกจากจะไม่หลับแล้ว ยังมีความกลัวหรือความวิตกกังวลของคุณที่เดิดเมื่อกลางวันที่จะเปล่งเสียงดังชัดเจนมากขึ้นในช่วงเวลานี้ที่กำลังเข้านอน ทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือกังวลอยู่จนไม่อาจนอนหลับได้

 

ตามหลักแพทย์แผนจีน ช่วงเวลานี้ร่างกายจะส่งพลังงานเพื่อฟื้นฟูระบบประสาทและภูมิคุ้มกันต่างๆ ดังนั้น ถ้าหากเมื่อกลางวันคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังป่วย คุณก็จะรู้สึกว่าอาการป่วยนั้นรุนแรงมากขึ้นในเวลานี้แหละ ถ้าหากคุณพบว่าตัวเองมีปัญหานี้แล้วละก็ ให้สวดมนต์หรือทำสมาธิเพื่อสงบจิตใจจากความกังวลที่ได้รับมา

 

ระหว่างห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง:

 

 

healthwake04

 

เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะส่งพลังเพื่อฟื้นฟูกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งหากคุณตื่นตอนดึกๆในช่วงเวลานี้ มันก็จะเกิดการปิดกั้นของพลังงานที่ส่งผ่านเส้นเมอริเดียนไปยังอวัยวะดังกล่าว คำอธิบายเรื่องนี้ก็คือ พฤติกรรมทางอารมณ์ของคุณที่จริงจังกับการตัดสินตัวเองหรือคนอื่นๆอย่างเด็ดขาดเกินไป มีการศึกษาพบว่า คนที่ผิดหวังหรืออกหักเรื่องความรัก มักจะตื่นนอนในช่วงเวลานี้ เพราะถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ด้านลบของตัวเอง นอกจากนี้ ความหมายอีกอย่างก็คือ มันอาจแปลว่า ร่างกายคุณต้องการไขมันที่มีคุณภาพกว่าไขมันที่คุณบริโภคอยู่นี้ก็เป็นได้ วิธีที่จะผ่อนคลายให้ร่างกายก็คือ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างไม่คาดหวังมากเกินไป ให้อภัยกับตัวเองและผู้คนรอบตัว และตัดสินสิ่งต่างๆให้น้อยลงไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเอง, คนอื่นๆหรือเหตุการณ์ใดๆที่เข้ามาในชีวิตของคุณ ไม่ว่าอดีต ปัจจุบันหรืออนาคต

 

ระหว่างตี 1 ถึงตี 3:

 

healthwake02

 

นี่เป็นเวลาที่ถูกพบว่ามีคนตื่นขึ้นมาตอนดึกมากที่สุด ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาที่ร่างกายจะส่งพลังงานไปเสริมสร้างตับให้มีความแข็งแรงมากที่สุด ตับของเรามีหน้าที่รักษาสมดุลของฮอร์โมน, สมดุลระบบย่อยอาหาร และช่วยขจัดสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายทั้งจากการบริโภค และจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน การตื่นในเวลานี้ อาจบ่งชี้ว่าอวัยวะนี้อ่อนแอ ผลคือทำให้เกิดอารมณ์ด้านลบได้ง่าย ทั้งความโกรธ ความวิตกกังวล และอารมณ์อื่นๆ ซึ่งถ้าคุณค้นพบสาเหตุปัญหา และควบคุมมันโดยวางตัวให้อยู่เหนือสถานการณ์เพื่อมองสะท้อนให้เห็นความจริงว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น พูดกับตัวเองด้วยความรู้สึกด้านบวกเพื่อแก้ปัญหาทีละขั้นๆเหมือนการคลายเชือกทีละปมอย่างใจเย็น

 

นอกจากนี้ การตื่นในช่วงเวลานี้อาจบอกว่า ร่างกายของคุณมีพลังหยางมากเกินไป ลองจัดสมดุลให้ร่างกายมีพลังหยินเพิ่มขึ้น ด้วยการบริโภคอาหารธาตุเย็นเพื่อช่วยให้รู้สึกผ๋อนคลายมากขึ้น

 

ระหว่างตี 3 ถึงตี 5:

เป็นช่วงเวลาที่พลังจะถูกส่งเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับปอดที่จะได้รับการฟื้นฟูพลังมากที่สุดของวัน การหายใจที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลายที่สุด ดังนั้น หากคุณตื่นตอนดึกในเวลานี้ ก็อาจบอกได้ว่า ปอดของคุณอาจมีเกิดปัญหาเรื่องของการไหลผ่านของออกซิเจน นอกจากนี้ ปอดยังเป็นอวัยวะที่รับอารมณ์ด้านลบเมื่อเราเศร้าหรือหดหู่อีกด้วย ดังนั้น หากคุณกำลังรู้สึกดังกล่าว คุณก็อาจจะตื่นในช่วงนี้ได้ด้วยเช่นกัน และเพื่อที่จะออกจากอารมณ์เศร้าของคุณ ให้เชื่อในกระแสของโลกว่าทุกสิ่งก็จะผ่านพ้นไป ความทุกข์ของคุณก็เช่นกัน แค่หายใจเข้าออกลึกๆก็จะทำให้ผ่อนคลายและเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาได้มากแล้ว

 

ระหว่างตี 5 ถึง 7 โมงเช้า:

 

healthwake03

 

นี่คือเวลาที่พลังเมอริเดียนจะถูกส่งไปที่ลำไส้ใหญ่ของคุณ เพื่อกระตุ้นและเป็นเรื่องของการปลดปล่อยจากการถูกควบคุมใดๆ ลำไส้ใหญ่มีหน้าที่ทำความสะอาดพิษสะสมในร่างกาย ที่ส่วนใหญ่มาจากระบบการย่อย การตื่นในเวลานี้จึงบอกว่าเกิดความอ่อนแอกับลำไส้ใหญ่ของคุณ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณตื่นในเวลานี้ ก็คือเมื่ออารมณ์ใดๆของคุณได้ถูกปิดกั้นไว้ไม่ให้แสดงออกมา ด้วยทัศนคติที่สะสมมานานๆ การตื่นจึงเป็นสัญญาณว่าคุณต้องการปลดปล่อยอารมณ์นั้นที่พร้อมจะปะทุออกมา ลองสวดมนต์หรือทำกิจกรรมให้ร่างกายผ่อนคลาย ใช้พลังของความสงบ สมาธิ อาจฝึกโยคะหรือทำกิจกรรมเพื่อล้างพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายก็จะช่วยได้

 

เหล่านี้คือสิ่งที่ศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณได้บอกไว้เกี่ยวกับการตื่นกลางดึก ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาร่างกายของเรา หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับทุกท่านบ้างนะคะ การฟังเสียงความต้องการของร่างกาย คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้เรามีสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง อะไรก็ตามที่ร่างกายกำลังพยายามจะส่งข่าวมาถึงคุณ ก็อย่าลืมรับฟังกันให้ดีด้วยค่ะ