“Roger Vivier The Retrospective Exhibition” พาไปชมรองเท้าในตำนาน

Roger-Vivier-05

Roger-Vivier-07

Roger-Vivier-04

บรรยากาศนิทรรศการ “Roger Vivier The Retrospective”

 

เคยมีแฟนคลับรุ่นใหม่ของ Dior เข้ามาเดินดูรองเท้าของ โรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) แล้วถามว่า “ทำไมรองเท้าแบรนด์นี้ดูคล้ายดิออร์”

เรื่องเล่าสนุกๆ ที่เกิดขึ้นกับโรเฌร์ วิวีเยร์ แบรนด์รองเท้าของนักออกแบบรองเท้าผู้เป็นตำนานของรองเท้าแฟชั่นสมัยใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จไม่เพียงแต่รองเท้าของดิออร์ แต่รองเท้าของห้องเสื้อชั้่นนำของโลกเกิดจากการสร้างสรรค์ของเขา แม้จะไม่มีตัว โรเฌร์ วิวีเยร์ แล้ว แต่แบรนด์และตำนานของเขายังคงอยู่ และครบรอบ 80 ปีแห่งการสร้างสรรค์ในปีนี้ พร้อมกับนิทรรศการที่จะบอกเล่าความยิ่งใหญ่ของนักออกแบบรองเท้าผู้นี้ให้ทุกคนได้รู้จัก “Roger Vivier The Retrospective Exhibition” ที่ดิเอ็มโพเรียม

ถือเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการดีๆ และดีมาก ด้วยเพราะอย่างที่บอกไปข้างต้น โรเฌร์ วิวีเยร์ ถือเป็นนักออกแบบระดับตำนาน แบบเดียวกับที่เรารู้จักความยิ่งใหญ่ของคริสเตียน ดิออร์ ไม่เพียงแต่จะยิ่งใหญ่พอกัน เพราะเมื่อดิออร์ก่อตั้งแผนกรองเท้า (เป็นครั้งแรกของโลกแฟชั่น ที่แบรนด์เสื้อชั้นสูงจะมีแผนกรองเท้า) ได้เลือกให้วิวีเยร์มาดูแลการออกแบบเพื่อให้คู่กับเดรสของดิออร์

และนอกจากดิออร์ วิวีเยร์ยังได้ออกแบบให้กับห้องเสื้อชั้นสูง อาทิ Balmain, Patou, Nina Ricci และ Yves Saint Laurent ด้วย พอจะมองเห็นภาพหรือยังว่า ยุคนั้นไม่มีใครเทียบฝีมือวิวีเยร์ได้อีกแล้ว

Roger-Vivier-02

ภาพวาดฉลองพระบาทสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ในพิธีราชาภิเษก ตกแต่งเป็นลวดลายดอกไม้ประดับพชรบริลเลียนต์คัต 3,500 เม็ด

 

Roger-Vivier-01

แคเธอรีน เดอเนิฟ สวมรองเท้า Belle Vivier ในภาพยนต์ดังอย่าง Belle de Jour

 

ที่เป็นเกียรติประวัติสูงสุดของโรเฌร์ วิวีเยร์ คือได้ออกแบบฉลองพระบาทแด้สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ในพิธีราชาภิเษก เมื่อปี 1963 นอกจากนี้ยังมีลูกค้าเป็นถึวเชื้อพระวงศ์จำนวนมาก อาทิ เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโค และจักรพรรดินีแห่งอิหร่าน รวมถึงเหล่าสตรีคนสำคัญของโลก อาทิ บริจิต บาร์โดต์ ออเดรย์ เฮปเบิร์น เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ มาร์ลีน ดีทริช โซเฟีย ลอเรน แจ๊คเกอลีน เคนเนดี้ คาร์ลา บรูนี- ซาโคสกี้ และ แคเธอรีน เดอเนิฟ

โรเฌร์ วิวีเยร์ ยังสร้างสรรค์รองเท้าต้นแบบให้แก่โลกแฟชั่น โดยเฉพาะรองเท้า Belle Vivier รองเท้าพัมป์ที่มีบัคเคิลโครเมียมบนหัวรองเท้า เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1965 พร้อมกับ Mondrian คอลเล็กชั่นเสื้อในตำนานของอีฟส์ แซงต์ โรลองตฺ์ ต่อเนื่องเมื่อแคเธอรีน เดอเนิฟ สวมรองเท้าคู่นี้ในภาพยนต์ดังอย่าง Belle de Jour ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในรองเท้าไอคอนของทศวรรษ 60 ยังกลายเป็นซิกเนเจอร์แบรนด์นับแต่นั้น

 

Roger-Vivier-03

รองเท้าส้น Choc (ซ้าย) และส้น Virgule (ขวา)

 

นอกจากนี้ ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลอง และสร้างสรรค์รองเท้าแบบแปลกๆ จึงได้ให้กำเนิดรองเท้าส้นเข็ม (ที่เรียกว่า Aiguille stiletto) ส้น Choc (ส้นสูงที่มีส่วนโค้งออกมา) และ ส้น Virgule (ส้นสูงที่มีส่วนเว้าเข้าด้านใน) ถือเป็นนวัตกรรมของทศวรรษที่ 50 และ 60 จนอาจเรียกได้ว่า สาวๆ กว่าค่อนโลกก็สวมใส่รองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจจากการสร้างสรรค์ของเขา

โรเฌร์ วิวีเยร์ เสียชีวิตเมื่อปี 1988 เมื่ออายุได้ 90 ปี ตำนานการสร้างสรรค์รองเท้าหยุดชะงักไปชั่วขณะ กระทั่ง ดิเอโก เดลลา วัลเล นักธุรกิจและเจ้าของแบรนด์ Tod’s ได้เข้าซื้อกิจการของ โรเฌร์ วิวีเยร์ และแต่งตั้งให้ บรูโน ฟริโซนี เป็นครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ ตำนานของโรเฌร์ วิวีเยร์ ได้รับการสานต่อ พร้อมกับการเป็นขวัญใจของเหล่าเซเล็บคนดังรุ่นใหม่ ไล่เลียงตั้งแต่ เคท บลันเชตต์ นิโคล คิดแมน เพเนโลเป ครูซ แอนน์ แฮธาเวย์ จูเลียนน์ มัวร์ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน ซาร์ลีซ เธอรอน ซารอน สโตน คาเมรอน ดิแอซ ดาโกตา จอห์นสัน เจนนิเฟอร์ อนิสตัน โอลิเวีย ไวลด์ ซาราห์ เจสสิกา พาร์กเกอร์ และ เจสสิกา บีล เป็นต้น

ไปชมด้วยตนเองแล้วจะทราบว่า รองเท้าในตำนานที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร

 

นิทรรศการ “Roger Vivier The Retrospective Exhibition” เพื่อเฉลิมฉลองครบ 80 ปีแบรนด์ โรเฌร์ วิวีเยร์ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 – 14 กันยายน ณ ชั้น M ดิเอ็มโพเรียม

 

เครดิตภาพ: www.rogervivier.com และ PP Group

Yves Saint Laurent Birth of a Legend by Pierre Boulat นิทรรศการดี ที่ไม่ควรพลาดชม

ปิแอร์ บูลาต์ (Pierre Boulat) ช่างภาพดังของนิตยสาร Life และเพื่อนของทั้ง อีฟ แซงต์ โรลองต์ (Yves Saint Laurent) และ ปิแอร์ แบร์แจ (Pierre Berge) ถ่ายภาพของแซงตฺ์ โลรองต์ และผลงานของเขามาตลอดทั้งชีวิต หนึ่งในภาพชุดที่มีชื่อเสียงของเขาคือ เบื้องหลังการทำงานตลอด 5 สัปดาห์ของแซงต์ โลรองต์ ขณะเตรียมงานคอลเล็กชั่นแรกของตนเองเมื่อปี 1962

 

YSL-PB-003

YSL-PB-002

YSL-PB-001

บรรยากาศงานนิทรรศการ

 

“Yves Saint Laurent Birth of a Legend by Pierre Boulat” คือนิทรรศการที่นำภาพชุด 49 ภาพ เบื้องหลังการออกแบบคอลเล็กชั่นแรกของแซงต์ โลรองต์ นับตั้งแต่การร่างแบบ การขึ้นแพทเทิร์ตหุ่น การตัดเย็บ การฟิตติ้ง ไปจนถึงวันแสดงแฟชั่นโชว์ ภาพถ่ายนี้ ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานของแซงต์ โลรองต์ หนึ่งในดีไซน์เนอร์ผู้เป็นตำนานของแฟชั่นฝรั่งเศสนับจาก โคโค่ ชาเนล และคริสเตียน ดิออร์ ยังบอกความเป็นผู้นำแฟชั่นโลกของฝรั่งเศสอีกด้วย

 

YSL-PB-004

แซงต์ โลรองต์ ในระหว่างการออกแบบคอลเล็กชั่น

 

สยามพารากอน และสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย จึงได้ร่วมกันนำนิทรรศการภาพถ่ายนี้มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 18-30 สิงหาคมนี้ ณ ชั้น M สยามพารากอน ผู้ที่สนในทั้แฟชั่น และภาพถ่าย จึงไม่ควรพลาดชมงานมาสเตอร์พีช จากทั้งดีไซน์เนอร์ และช่างภาพในตำนานทั้งสองคน

 

YSL-PB-005

ชาลี จารุวัสตร์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกิจการองค์กรสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ,ฯพณฯ จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ผู้บริหารสยาม พารากอน ในวันแถลงข่าวเปิดนิทรรศการ

 

 

2 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเดือนสิงหาคม ที่ชาวไทยไม่ควรพลาดชม

เนื่องในวโรกาสที่เดือนสิงหาคม 2559 เป็นเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่ ถึง 2 งาน คือ “งานสมบรมราชินีนาถ” (Fit For a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) และ “วิจิตรพัสตรา 84 พรรษา บรมราชินีนาถ”

 

003-1

 

เริ่มที่งานใหญ่ “งานสมบรมราชินีนาถ” (Fit For a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) โดยพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ออกแบบโดย ปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมาเป็นเวลากว่า 22 ปี และมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ความงดงามของผ้าไหมให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

 

003-2

 

ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ทรงฉลองพระองค์แบบสากลตามความเหมาะสมแก่โอกาสในการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2503 จึงมีพระราชดำริให้ว่าจ้างนักออกแบบต่างชาติ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาแนะนำเรื่องการแต่งกายให้ถูกต้องตามธรรมเนียมตะวันตก

 

006-1

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพอพระราชหฤทัยผลงานออกแบบของห้องเสื้อบัลแมง เนื่องจากรูปแบบชุดดูเรียบง่ายแต่สง่างาม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บัลแมง เป็นช่างออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์แบบสากล ในการโดยเสด็จต่างประเทศอย่างเป็นทางการในครั้งนั้น และโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดเตรียมฉลองพระองค์ทั้งหมด

ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทย แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้า อันเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย และการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักออกแบบต่างชาติที่มีชื่อเสียงมาดูแลฉลองพระองค์ ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย ยังถือเป็นพระราชกุศโลบายในการส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ขาวโลกได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดความนิยมสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศมาจนทุกวันนี้

แม้ภายหลังบัลแมงถึงแก่กรรม เมื่อปีพ.ศ. 2525 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ห้องเสื้อบัลแมง ซึ่งมี อีริค มอร์เทนเซน เป็นหัวหน้านักออกแบบ รับผิดชอบดูแลงานตัดเย็บฉลองพระองค์ต่อไป นับเป็นการสืบทอดงานออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ที่ยาวนานมากว่าสองทศวรรษ

 

004-1

 

ต่อกันที่งาน “วิจิตรพัสตรา 84 พรรษา บรมราชินีนาถ” ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อันเกี่ยวเนื่องกับผ้าไทย และผ้าปักในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ซึ่งทรงเล็งเห็นความงดงามบนผืนผ้า อีกทั้งภูมิปัญญาที่สะท้อนอยู่ในศิลปะการปักผ้าตาแบบดั้งเดิม จากหลากหลายกลุ่มวัฒนธรรม ประกอบกับทรงมีพระราชหฤทัยตั้งมั่น ให้คนไทยพ้นจากความยากลำบาก และสามารถพึ่งพาตนเองได้ จึงทรงสนับสนุนให้ชาวบ้านทอผ้าและปักผ้าเป็นรายได้เสริม

 

005-1

 

และยังได้รับอนุญาตให้เชิญฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 7 องค์ ประดับด้วยงานปักเชิงช่างชั้นสูงมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้เป็นการพิเศษ

นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังนำเสนอผ้าไทยและผ้าปักแบบต่างๆ ที่ทรงอนุรักษ์ รวมทั้งยังได้รับเกียรติจาก เหล่านักออกแบบชั้นนำของประเทศไทย นับตั้งแต่ Tirapan, Pichita, Nagara, Anchavika, Asava, Calista, Kemissara, Kloset, Patinya และ Vickteerut ออกแบบเสื้อผ้าไหมและผ้าปักจำนวน 18 ชุด ที่ภายหลังเสร็จสิ้นนิทรรศการ จะนำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบทุนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ต่อไป

 

สำหรับ “งานสมบรมราชินีนาถ” (Fit For a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creations by Balmain) เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2559 ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2561 ณ ห้องจัดแสดง 1-2 พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น.) และ “วิจิตรพัสตรา 84 พรรษา บรมราชินีนาถ” จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ จนถึง 17 สิงหาคม 2559 ณ ดิ อีเว้นต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม และจัดแสดงจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เวลา 10.00 – 22.00 น.